การวางแผนการเงินช่วง COVID-19

COVID-19 เป็นโรคร้ายแรงที่เกิดขึ้นมาใหม่ และแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว เลยเป็นปัญหาระดับโลกอยู่ในช่วงนี้ อาจจะต้องช่วยกันแก้ปัญหากันไปถึงสิ้นปี 2563 หรืออาจจะมากกว่านั้นก็เป็นได้ เพื่อให้โรคร้ายนั้นลดลงอย่างต่อเนื่อง ในช่วงนี้หลายคนต้องคิดต้องวางแผนการใช้ชีวิตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการวางแผนชีวิตเป็นการวางแผนที่ต้องถี่ถ้วน ถ้าวางแผนการเงินถูกต้อง ก็ใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่น ถ้าวางแผนการเงินผิดก็อาจจะทำให้ประสบปัญหาเกี่ยวกับการใช้ชีวิตได้ วันนี้เรามาดูเทคนิคการวางแผนการเงินช่วง COVID-19 กันว่ามีอะไรบ้าง

  1. ทำประกันสุขภาพ COVID-19

การทำประกัน COVID-19 ถือว่าเป็นการวางแผนการเงินอย่างหนึ่ง เป็นการลงทุนที่น้อยแต่ป้องกันได้สูง มีหลายหน่วยงานที่สนับสนุนให้ประชาชนได้ทำประกัน COVID-19 ที่เห็นคนทำกันเยอะก็จะมีของ ธนาคารกรุงเทพ และ ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ขั้นต่ำของเงินทำประกัน จำนวน 299 บาท/ปี โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพหรือกำหนดอายุคนชรา ทางหน่วยงานยินดีทำให้กับทุกคน ผลประโยชน์ที่ได้จากประกันสุขภาพ COVID-19 นี้ คือ เมื่อผู้เอาประกันตรวจพบเจอเชื้อ COVID-19 จะได้รับเงินจำนนวน 50,000 บาท และถ้าผู้เอาประกันภัย COVID-19 เสียชีวิต จะได้รับเงิน 100,000 บาท ซึ่งเราคิดว่ากรณีของประกันภัยนี้ คุ้มครองให้กับประชาชนอย่างทั่วถึงและสามารถดูแลประชาชนได้จริง เพราะค่ารักษาพยาบาลเกี่ยวกับโรค COVID-19 ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลรัฐหรือเอกชนก็ตาม การมีประกันสุขภาพตัวนี้ไว้ ถือว่า เป็นการวางแผนการเงินส่วนหนึ่งให้กับตัวเราเอง เราไม่สามารถรู้ได้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง โรคร้ายนี้ก็เป็นสิ่งที่เรามองไม่เห็นและป้องกันได้ยาก การทำประกัน COVID-19 ถือเป็นสิ่งสำคัญทางด้านการเงิน

  1. ทำรายรับ-รายจ่าย

การบันทึกรายรับรายจ่ายของตัวเอง เป็นการวางแผนทางด้านการเงินของบุคคลทั่วไปและในรูปแบบของธุรกิจอยู่แล้ว หลายคนก็ทำบัญชี รายรับ-รายจ่าย อยู่แล้ว แต่ก็อีกหลายคนจำนวนมาก ที่ไม่เคยทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ก่อนเกิด COVID-19 เลย ซึ่งในปัจจุบันแล้ว การทำรายรับ-รายจ่าย ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากอย่างหนึ่งของการใช้ชีวิตให้อยู่รอดต่อไปได้ ประโยชน์ของการทำรายรับ-รายจ่าย ส่งผลต่อชีวิตโดยตรง ยกตัวอย่างง่าย ๆ ทั่วไปสามารถทำได้ทุกคนและทุกช่วงอายุ นั่นคือ เวลาแบ่งเงินในการใช้กินหรือใช้หนี้ทั่วไป หรือแม้แต่ซื้อของใช้ก็ตาม มนุษย์ส่วนใหญ่ ซื้อของใช้ตามใจชอบ เมื่อเห็นสินค้าอยู่ตรงหน้า ไม่รู้ว่าจำเป็นหรือไม่จำเป็นแต่ก็จะซื้อเพราะความอยากได้ ถ้าเราทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ก่อนไปซื้อของ เราก็แค่แบ่งเงินสำหรับการซื้อของเท่านั้นจำกัดจำนวนเงิน และจดชื่อสิ่งของต่าง ๆ ลงกระดาษ ว่าต้องการซื้ออะไรบ้าง เมื่อถึงห้างเราจะเดินตรงไปซื้อได้ตามที่เราจดไว้ในโน้ตนั้นเอง เราจะไม่มีเวลาเดินดูของที่เราอยากได้แน่นอน การทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย มีหลายรูปแบบ ถ้ามีระเบียบในการทำบัญชี จะถือว่าเป็นการวางแผนทางการเงินได้ดีเลยทีเดียว

  1. หาเงินเพิ่มในช่วงวิกฤต

การหาเงินเพิ่มในช่วงวิกฤตเป็นการคิดแบบง่าย ๆ ว่า ช่วง COVID-19 นี้ สามารถทำอะไรเพิ่มเติมได้บ้าง หรือลองคิดดูว่าอะไรบ้างที่ประชาชนต้องการอะไรบ้างในช่วงนี้ที่ร้านอาหารหรือตลาดปิด เช่น อาหารส่งถึงมือผู้บริโภค หรือ อาหารสดที่เราสามารถเปิดร้านขายหน้าบ้านได้ เนื่องจากตลาดปิด ประชาชนก็จะหาของสดกินได้ยาก ข้อนี้เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นแม่ค้าหรือผู้ที่อยู่บ้านและไม่มีรายได้จากที่ไหน เปิดขายของหน้าบ้านเล็ก ๆ ก็อาจจะทำให้คนผ่านไปผ่านมาได้แวะซื้อกัน และต่อให้หมดช่วง COVID-19 ไปแล้วก็ตาม ถ้าร้านที่เปิดเป็นประจำนาน ๆ แบบนี้ เชื่อว่าจะต้องมีลูกค้าประจำมาซื้อทุกวัน นี่ถือว่าเป็นการสร้างวิกฤตให้เป็นโอกาสได้ดี

  1. นำเงินฝากธนาคารเพื่อให้ได้ดอกเบี้ย

โดยปกติคนส่วนใหญ่จะมีเงินเก็บไว้ส่วนหนึ่งอยู่แล้ว ควรจะนำไปฝากธนาคารเพื่อให้ได้ดอกเบี้ยงอกเงยออกมาอีก ถือว่าเป็นการเก็บเงินที่สามารถมีผลต่อยอดได้ดี ในอนาคตสามารถนำเงินส่วนนี้มาก่อตั้งธุรกิจส่วนตัวได้ เริ่มจากเล็ก ๆ ไปจนใหญ่โตต้องเริ่มจากการคิดและการวางแผนของตัวเอง อาศัยความเป็นระเบียบของตัวเองด้วยเช่นกัน

  1. ตัดค่าใช่จ่ายที่ไม่จำเป็น

ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นหมายถึง ค่าใช้จ่ายที่โดยปกติแล้วในแต่ละเดือนไม่มีการจ่าย อยู่นอกเหนือความจำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าเสื้อผ้าออนไลน์ ค่าเบียร์ ค่าเหล้า ฯ งดสังสรรค์ เหล่านี้ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เมื่อตัดออกไปได้ จะมีเงินเหลือใช้ในช่วงที่ลำบากและมีเงินมาทดแทนต่อยอดได้

  1. ลงทุนอสังหาริมทรัพย์

การนำเงินไปลงทุนอสังหาริมทรัพย์นั้น ถือว่าเป็นการวางแผนทางการเงินเพื่อต่อยอดกำไรในอนาคต เช่น การซื้อห้องปล่อยเช่า เริ่มจาก ๆ เล็ก ในราคาห้องที่ไม่เกิน 300,000 บาท เป็นจำนวนของคนลงทุนครั้งแรก ไม่ต้องลงทุนเยอะ และการกู้เงินธนาคารช่วง COVID-19 จะเป็นการปล่อยกู้สินเชื่อได้ง่ายมาก มีโอกาสสูงที่จะได้เริ่มทำเงินได้เร็ว โดยห้องเช่าทั่วไปยุคนี้ปล่อยเช่าที่ 3,000 บาท ขึ้นไป ส่วนยอดเงินกู้ 300,000 บาท จะต้องผ่อนกับธนาคารอยู่ประมาณที่ เดือนละ 2,000 บาท เราสามารถเก็บเงินจากคนเช่า ได้เดือนละ 3,000 เท่ากับ มีกำไรต่อเดือน เดือนละ 1,000 ถ้ามีหลายห้องก็ได้กำไรหลายห้องโดยที่ไม่ต้องเหนื่อยแรงเยอะ ถือว่าเป็นการลงทุนส่วนหนึ่งที่นิยมในช่วงนี้

  1. การบริหารหนี้สิน

การบริหารหนี้สินได้นั้นมีหลายวิธี เอาหนี้สินทั้งหมดมาเปิดดูว่ามีหนี้สินอะไรบ้าง ค่อย ๆ เรียบเรียงทำบัญชีทีละตัว ถ้าหนี้สินเกินกำลังที่จะจ่ายแล้ว ลองเดินเข้าไปปรึกษากับเจ้าหนี้ หรือกับธนาคารสินเชื่อต่างๆ เพื่อสอบถามวิธีแก้ไขว่าสามารถแก้ไขอะไรได้บ้าง ส่วนวิธีหลัก ๆ ตอนนี้ คือการพักชำระหนี้ ต้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่ทันทีเพื่อทำการผ่อนผันชำระหนี้ สามารถบริหารจัดการอย่างไรได้บ้าง รัฐมีนโยบายช่วยเหลือประชาชนอย่างไรบ้าง ควรจะเข้าร่วมการพักชำระหนี้ให้ได้เยอะที่สุด เพื่อผ่อนเบาภาระของตนเอง

  1. ดูแลสุขภาพ

การดูแลสุขภาพถือว่าเป็นสิ่งสำคัญของการวางแผนการเงินในช่วงนี้ เงินจะอยู่ในกระเป๋าได้นาน ถ้าสุขภาพแข็งแรง เมื่อไหร่ที่สุขภาพแย่แล้ว สิ่งที่ตามมา คือ ค่ารักษาพยาบาลและค่ายา ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปโรงพยาบาล และอื่น ๆ จิปะทะตามมา และที่สำคัญกว่านั้นคือ ร่างกายแย่ จะเอาแรงจากไหนทำงานหาเงิน “เงินจะมีความสภาพคล่องตัว ต้องอาศัยร่างกายที่คล่องตัวด้วยเช่นกัน”

  1. หาความรู้เพิ่มเติม

ในช่วงวิกฤตแบบนี้ ส่วนใหญ่ทางบริษัทจะให้ทำงานจากที่บ้านและส่งงานผ่าน E-mail การทำงานที่บ้านทำให้มีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น ควรจะศึกษาหาความรู้ทางด้านการเงินต่าง ๆ เช่น เรื่องหุ้น การลงทุนหุ้น วิธีการเล่นหุ้น หาเงินเพิ่มได้จากความรู้ของตนตนเอง ถือว่าเป็นการวางแผนการเงินที่ดี การลงทุนกับหุ้นนั้น เหมือนการเอาเงินไปฝากไว้ และได้เงินปันผลทุกๆปี ไม่ได้ทำให้ขาดทุนอะไร เป็นเรื่องหนึ่งที่ควรจะลองศึกษาเพราะอาจจะเป็นช่องทางในการทำเงินให้กับตัวเอง

  1. ขอรับสวัสดิการ

การขอรับสวัสดิการต่าง ๆ ที่พนักงานควรจะได้รับจากบริษัท หรือประชาชนทั่วไป ที่ควรจะได้จากรัฐบาล สวัสดิการมีมากมายในช่วงนี้ ในวิกฤตแบบนี้ทุกคนจะต้องเข้าร่วมที่จะได้รับสวัสดิการต่าง ๆ เช่น สวัสดิการเยียวยาประชาชน ให้กับผู้ที่โดนพักงาน หรือ อาชีพอิสระ ค้าขายในช่วงนี้ ทางรัฐบาลช่วยเหลือประชาชนโดยการให้เงินเป็นจำนวน 3 เดือน เดือนละ 5,000 บาท เพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ ส่วนสวัสดิการจากบริษัทในช่วงนี้ บางบริษัทช่วยเหลือในเรื่องของ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิต 1,000 บาท/วัน ทุกท่านควรอ่านข่าวสารและสำรวจบ้านเมืองเพื่อไม่ให้ตัวเองตกหล่นในเรื่องของรายรับ เป็นสิ่งสำคัญ

ในช่วงของ COVID-19 การวางแผนการเงินเป็นสิ่งสำคัญ จากที่กล่าวไปข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถปฏิบัติได้ในหลายกลุ่ม การใช้ชีวิตจะต้องมีการวางแผนทุกเรื่องแต่การวางแผนการเงินถือเป็นอันดับหนึ่งของทุกคนที่เป็นเสาหลักของครอบครัวหรือผู้นำครอบครัวนั่นเอง

ขอบคุณบทความดี ๆ จาก
https://masii.co.th/thai

Uncategorized

Leave a Reply

Comment
Name*
Mail*
Website*